หลังจากที่ได้จัดตั้ง "กองทุนเพื่อยกระดับชุมชนเข้มแข็ง" ณ บ้านหนองพันชุลี หมู่ที่ 15 ต.เมืองไผ่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งกาลเวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านมา 1 ปีเต็ม ผลออกมาก็เป็นที่น่าพอใจ จึงพยายามขับเคลื่อนแนวคิดนี้ออกไปให้ได้มากที่สุด เท่าที่ตนจะสามารถดำเนิดการได้
หลังจากที่ไปเสนอแนวคิดให้กับชุมชน "บ้านหนองม่วง หมู่ที่ 7 ต.เมืองไผ่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งถือว่าเป็นชุมชนแห่งที่ 2
และเวลา 17.00 น. ของวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2551 ณ ชุมชนโน้นบ้านเก่า นับว่าเป็นชุมชนแห่งที่ 3 ของการขยายโครงการ ซึ่งเป็นชุมชนเล็กๆ ที่ตั้งตนอยู่อย่างอิสระจากชุมชนอื่นๆ ในระแวกนี้ แต่ก็ขึ้นตรงกับชุมชนหมู่ที่ 15 ต.เมืองไผ่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ มีจำนวนสมาชิก 11 ครัวเรือนด้วยกัน
กลุ่มนี้เป็นชุมชนที่ได้เกาะกลุ่มกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 มีเงินกองทุนสะสมเป็นของตนเองแล้ว 5 หมื่นกว่าบาท เงินกองทุนที่มีนั้นได้พากันเก็บไว้ที่ประธานกลุ่มของชุมชน การบริหารจัดการเงินกองทุนก็ทำกันตามความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ซึ่งก็ถือว่ายังไม่เป็นรูปธรรม
ดังนั้น เมื่อมีรูปแบบของชุมชนบ้านหนองพันชุลีที่ทำให้เห็นเป็นแบบอย่างแล้ว ก็บันว่าเป็นการง่ายต่อการบริหารจัดการในอนาคต
"โน้นบ้านเก่า" นี้เป็นชุมชนเดียวที่มีจำนวนสมาชิกเข้าร่วมโครงการครบ 100 เปอร์เซ็นต์ จึงถือว่าเป็นความโดดเด่นของกลุ่ม เพราะสมาชิกมีจำนวนน้อย ความแตกต่างด้านเผ่าพันธุ์ก็มีไม่มาก จึงคาดว่าเรื่องการบริหารจัดการก็ย่อมง่ายตามไปด้วย แต่ถึงกระนั้น คนจำนวนน้อยก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป เนื่องจากพลังความคิดย่อมมีจำกัด หากดูแลกันไม่ดีอาจพัฒนาไปอย่างล่าช้าก็เป็นได้
นี่ก็เป็นการขยายโครงการพัฒนาชุมชนตามความตั้งใจเดิม ที่เว็บมาสเตอร์ได้วาดฝันเอาไว้
รายละเอียดของการเปิดบัญชี "กองทุนพุทธธรรมนำชีวิตชุมชนเข้มแข็ง 3" โดยการเก็บเงินครัวเรือนละ 50 บาท รวม 11 ครัวเรือนเป็นเงินจำนวน 550 บาท
คณะกรรมการที่ดูแลรับผิดชอบ 3 คน ได้แก่ 1.นายบุญเชียร นามนุ 2.นายสำรวย ฉิมจารย์ 3.นายสุภา ฉิมจารย์